ก.แรงงานรุดหน้าข้อเรียกร้อง 9 ข้อ วันแรงงานแห่งชาติ 2555

วันที่: 
01 พฤษภาคม 2012

 

             นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าวันแรงงานแห่งชาติปี 2555 ทางด้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานพร้อมรับข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานและกล่าวปราศรัย ซึ่งในงานวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ จะมีพิธีทางศาสนา การจัดริ้วขบวนของผู้ใช้แรงงานบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เคลื่อนไปยังท้องสนามหลวง การจัดนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ พร้อมการเล่นเกมทายปัญหาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศจากสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน รวมทั้งการแสดงคอนเสิร์ต โดยพิธีปิดจะมีการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสพระชนมายุ 84 พรรษา

 

 

 

  

            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ข้อเรียกร้องในวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2555 ทางคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ 2555 นั้น โดยประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอิสระแห่งประเทศไทย และผู้นำแรงงานจากองค์กรฝ่ายลูกจ้างได้ยื่นถึงรัฐบาล จำนวน 9 ข้อ สาระสำคัญเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิในการรวมตัวของผู้ใช้แรงงานโดยให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงแก่ลูกจ้างกรณีสถานประกอบกิจการปิดกิจการ การยกเลิกข้อกฎหมายที่จะมีการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกกิจการ การยกเว้นภาษีกรณีค่าชดเชย การตราพระราชกฤษฎีกาจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเพื่อเป็นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ผู้ถูกเลิกจ้างเป็น 2 เท่า จัดตั้งกองทุนสวัสดิการดูแลสุขภาพของพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณอายุให้เท่าเทียมกับข้าราชการบำนาญ และประกาศยกเลิกการนำเข้าแร่ใยหิน

 

            สำหรับความคืบหน้าของการดำเนินงานกับข้อเรียกร้องดังกล่าว นายเผดิมชัยชี้แจงว่า มีความคืบหน้าแล้วในหลายประเด็น อาทิ สิทธิการรวมตัวตามอนุสัญญาไอแอลโอ กำลังอยู่ในขั้นตอนขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อให้สัตยาบัน ซึ่งกระทรวงแรงงานได้เปิดประชาพิจารณ์แล้ว รวมทั้งได้มีการยกร่างพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลบังคับใช้ (ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2555)

 

            ส่วนกรณีให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างซึ่งถูกเลิกจ้างเป็น 2 เท่าจากเดิมที่บัญญัติไว้นั้น ค่าชดเชยเป็นเงินที่กำหนดให้นายจ้างให้แก่ลูกจ้างเพื่อชดเชยความเสียหายที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ดังนั้น ในกรณีนี้คงต้องทำการศึกษาจากรอบด้าน อาทิ อัตราการจ่ายค่าชดเชยจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศใกล้เคียง ซึ่งหากผลการศึกษาสรุปว่าเห็นควรปรับเพิ่มก็จะจัดทำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 และจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่หลายข้อเรียกร้องมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กรณีพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ทราบว่ากระทรวงการคลังได้ดำเนินการแล้ว โดยจัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และการออกกฎหมายจัดตั้งกองทุนสวัสดิการดูแลสุขภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงแรงงานมีหนังสือถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาแล้ว

 

            กระทรวงแรงงานยังได้ดำเนินภารกิจหลายประการ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น อาทิ การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมทั้งยกระดับฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งยังให้การดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟูแก่ภาคแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา อาทิโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้าง โดยหาตำแหน่งงานรองรับเพื่อเข้าทำงานเป็นการชั่วคราวในสถานประกอบกิจการใกล้เคียง โครงการยกระดับฝีมือลูกจ้าง เพื่อยกระดับฝีมือในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการในพื้นที่ประสบภัย โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท และโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ โดยได้รับค่าตอบแทนวันละ 150 บาท ในขณะเดียวกันก็ได้ตั้งศูนย์โปร่งใสกระทรวงแรงงาน ประจำทั้งในส่วนกลางที่ชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน ดินแดง และในทุกจังหวัดเพื่อให้แรงงานและผู้ที่เกี่ยวข้องสอบถามเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ อาทิ การปรับค่าจ้าง การหลอกลวงคนหางานทำงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น โดยสามารถสอบถามหรือร้องเรียนได้ที่หมายเลข 0 2232 1137 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ในเวลาราชการ (08.30 ถึง 16.30 น.) หรือจะสอบถามผ่านสายด่วน 1506 เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม 1694 เกี่ยวกับกรมการจัดหางาน และ 1546 เกี่ยวกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งสามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

           นอกจากนี้ ในด้านประกันสังคม ได้มีความคืบหน้าการขยายความคุ้มครองประกันสังคมให้แก่แรงงานนอกระบบ ที่มาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบได้ 2 ทางเลือกคือ จ่ายเงินสมทบเดือนละ 100 บาท หรือเดือนละ 150 บาท และประกันสังคมยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง เบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว มะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น

 

---------------------------------------------------


กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
 นฤป  สุรเดชา  -  ข่าว
1 พ.ค. 2555


แรงงานไทย  “ต้นทาง-ต้นทุน”  เศรษฐกิจไทย 
กระทรวงแรงงาน “มุ่งมั่น – โปร่งใส ” ยึดหลักธรรมาภิบาล