ก.แรงงาน เตรียมส่งคนงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยไปฝึกงานกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น

วันที่: 
13 ธันวาคม 2011

 

           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการการแก้ไขบรรเทาผลกระทบจากภาวะอุทกภัยของประเทศไทยว่ากระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายที่จะส่งคนงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประมาณ 2,500 คนไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น ตามโครงการส่งแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยไปฝึกงานกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการหารือกับประธาน IM Japan ถึงแนวทางการส่งเสริมตลาดแรงงานไทยในประเทศญี่ปุ่น

            

 

              นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับภาคแรงงาน จากการเดินทางไปประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 15 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2554 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ว่า คณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เดินทางไปเยี่ยมคนงานไทยที่ไปทำงานกับบริษัท LIXI Corporation ซึ่งประกอบกิจการผลิตกรอบหน้าต่าง ประตูอลูมิเนียม ในประเทศญี่ปุ่นตามโครงการส่งแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยไปฝึกงานกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากบริษัททอสเท็มไทยจำกัด ที่ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่ายของบริษัท LIXI Corporation ในประเทศญี่ปุ่น ประสบอุทกภัยไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ และคาดว่าจะปิดกิจการไปจนถึงเดือนเมษายน 2555 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะส่งคนงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในไทย ประมาณ 2,500 คน ได้ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้ทุกคนได้รับการดูแลจากบริษัทแม่เป็นอย่างดี รวมถึงได้มีการหารือกับประธาน IM Japan ถึงแนวทางการส่งเสริมตลาดแรงงานไทย เนื่องจากที่ผ่านมาการส่งแรงงานไทยไปฝึกงานตามโครงการ IM ลดลง สาเหตุจากหลักสูตรการสอบที่เข้มงวดและการรับ สมัครสอบมักจะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้แรงงานในภูมิภาคขาดโอกาสในการสมัครงาน IM จึงมีแนวคิดที่จะเปิดรับสมัครผู้ที่ต้องการไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่นภายใต้โครงการ IM ในภูมิภาค โดยจะนำร่องในจังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดแรก ซึ่งประธาน IM ประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางมาในวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2554 เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการด้วยตนเอง โดยผู้ผ่านการฝึกงานครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานจาก JITCO และ IM และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพอีกจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 210,000 บาท


              นอกจากนี้ นายเผดิมชัย ยังกล่าวถึงระบบการฝึกงานของ JITCO ประเทศญี่ปุ่นว่า เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทยในการพัฒนาทักษะทางอาชีพ การเข้ามาฝึกงานภายใต้โครงการ JITCO เป็นการช่วยพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก ผู้ฝึกงานที่สำเร็จจากโครงการดังกล่าวนับว่าเป็นกำลังสำคัญของบริษัทเหล่านี้ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมของไทย ที่ผ่านมามีผู้ฝึกงานไทยมาน้อยสาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากการขาดแคลนแรงงาน จึงขอให้ JITCO พิจารณาขยายอายุของผู้ฝึกงานที่เข้าร่วมโครงการให้สูงขึ้นจากเดิม คือ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ขอให้ขยายเพิ่มเป็นผู้ที่มีอายุ 20-35 ปี เพื่อที่จะทำให้มีผู้ฝึกงานเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านภาษาซึ่งมีความสำคัญในการฝึกงานและการดำรงชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความเห็นร่วมกันว่า ควรมีองค์กรไม่แสวงหากำไรมาช่วยในเรื่องของการฝึกอบรม

 

แรงงานไทย “ต้นทาง – ต้นทุน” เศรษฐกิจไทย