ความเคลื่อนไหวด้านแรงงาน ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2554

ความเคลื่อนไหวด้านแรงงาน

 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2554

 

 

การพัฒนาทางเศษฐกิจ

ในปัจจุบันมีคนงานจำนวน 873,000 คนที่ทำงานแบบชั่วคราว   ในขณะที่ความต้องการแรงงานชั่วคราวเพิ่มมากขึ้น และเอเย่นต์ที่จัดหาแรงงานแบบชั่วคราวพบว่า  การหาแรงงานชั่วคราวก็เป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและงานด้านเทคนิคต่างๆ  โดยเอเย่นต์ฯต้องบอกปฏิเสธนายจ้างที่ต้องการลูกจ้างในงานดังกล่าวไปหลายราย     นอกจากนี้พนักงานของเอเย่นต์เองก็กำลังไปทำงานกับสถานประกอบการที่เป็นลูกค้าของเอเย่นต์  เพราะสถานประกอบการดังกล่าวจะจ้างงานด้วยสัญญาจ้างงานแบบถาวร

 

การขาดแคลนแรงงานในประเทศ

รัฐเบอร์ลินและรัฐ Brandenburg รายงานว่า มีตำแหน่งงานเพื่อการฝึกอาชีพเป็นจำนวนมากที่ยังว่างอยู่  เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรลดลง ในขณะที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรฐกิจและความต้องการลูกจ้างฝึกงานต่างก็เพิ่มมากขึ้น

          นอกจากนี้ รมว. แรงงาน นาง von der Leyen ได้พิจารณายกเว้นให้นายจ้างที่ต้องการจ้างแพทย์ชาวต่างชาติ หรือวิศวกรจากต่างชาติ ไม่ต้องแสดงถึงความจำเป็นว่าไม่มีแรงงานจากสหภาพยุโรป (EU) แรงงานจากเขตความร่วมมือเศรษฐกิจยุโรป (EEA) และแรงงานจากประเทศที่สาม (ผู้มีสิทธิพำนักและทำงานแบบถาวร)

(ที่มา : หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเยอรมัน)

 

ความต้องการแรงงานต่างด้าว

สำนักงานจัดหางานสหพันธ์ฯ (Federal Employment Agency) ประกาศว่า  จะนำเข้าแรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มอาชีพ วิศวกร  พยาบาล และแพทย์ จากประเทศสเปน  โปรตุเกส และกรีซ  เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือในประเทศ

นอกจากนี้สำนักงานจัดหางานสหพันธ์ฯประเมินว่า ถึงแม้จะมีการระดมแรงงานฝีมือจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปแล้ว  สหพันธ์ฯ ยังคงต้องการแรงงานต่างด้าวฝีมือประมาณ 200,000 คน ต่อปี   อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ในความเป็นจริงนั้นจะมีแรงงานต่างด้าวเพียงครึ่งหนึ่งเข้ามาทำงาน เนื่องจากค่าจ้างของงานด้านการพยาบาลไม่เป็นที่ดึงดูดใจให้เข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ

 

 นโยบายด้านสังคมของเยอรมัน 
           คณะกรรมการขององค์การสหประชาชาติ (United Nations committee) วิจารณ์นโยบายด้านสังคมของเยอรมันว่าเน้นไปที่การเลือกปฏิบัติกับคนต่างด้าว (discrimination against immigrants) และขาดความเสมอภาคด้านงานบริการสาธารณสุขและประกันสังคม
           คณะกรรมการฯ วิจารณ์ต่อไปอีกว่า สหพันธ์ฯดูเหมือนนิ่งเฉยต่อข้อแนะนำที่คณะกรรมการฯเสนอไปในรายงานข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงเมื่อสี่ปีที่ผ่านมาอันเป็นข้อเสนอแนะที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยอรมันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่พรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า คณะกรรมการฯได้วิจารณ์อย่างตรงประเด็น (ที่มา : หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเยอรมัน)

 

ความต้องการแรงงานฝีมือ 
           นาย Rösler รมว.เศรษฐกิจและเทคโนโลยี กล่าวว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีแรงงานฝีมือระดับสูงจำนวน 170 คน ต่อปี เข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ ซึ่งนาย Rösler ชี้ว่าสถิติดังกล่าวเป็น “ตัวตรวจสอบความเป็นจริง (reality check)” และทุกๆฝ่ายต้องชัดเจนว่า การจ้างงานอย่างเต็มที่ (full employment) จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ “ประเทศของเราดึงดูดแรงงานต่างด้าวที่มีคุณสมบัติ” เนื่องจากสิ่งนี้จะทำให้งานที่มีอยู่มั่นคงขึ้นและสามารถสร้างงานใหม่ได้ นาย Rösler เรียกร้องให้มีแผนปฏิบัติการเพื่ออำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจน และเสนอว่า ต้องลดเพดานเงินเดือนของแรงงานระดับผู้เชี่ยวชาญ จาก 66,000 ยูโรต่อปี เหลือ 40,000 ยูโรต่อปี ซึ่งนาง von der Leyen รมว.แรงงาน เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้เช่นกัน
            นอกจากนี้ นาย Weise ประธานกรรมการบริหารสำนักงานจัดหางานสหพันธ์ฯ (Federal Employment Agency) ประเมินว่าสหพันธ์ฯต้องการแรงงานต่างด้าวฝีมือประมาณ 200,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2568 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแรงงานฝีมือครั้งใหญ่ในประเทศ (ที่มา :Broadcast/online update, weekend press, 1stAugust 2011 )

 

การว่างงานในกลุ่มแรงงานเยาวชน 
           สำนักงานสถิติแห่งสหพันธ์ฯ (Federal Statistical Office) รายงานว่า อัตราการว่างงานในกลุ่มแรงงานเยาวชนของสหพันธ์ฯ ในปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 9.1 ซึ่งลดลงจากช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2551 และถือเป็นอัตราการว่างงานที่น้อยที่สุดเป็นอันดับสามในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีเพียงประเทศลักเซมเบิร์กเท่านั้นที่อัตราดังกล่าวลดลง (ที่มา : หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเยอรมัน)

 

ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน