ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

รมว.แรงงานรับฟังข้อเสนอของชมรมบริหารงานบุคคล จ.ภูเก็ต

วันที่: 
16 พฤษภาคม 2012

 

   

 

            นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชมรมบริหารงานบุคคล จังหวัดภูเก็ต นำโดยนายนเรศ ศรีนาค ประธานชมรมบริหารงานบุคคล จังหวัดภูเก็ต  ในประเด็นการรับคนพิการเข้าทำงานในสถานประกอบการ  การขาดแคลนแรงงาน ค่าจ้างขั้นต่ำ การเตรียมการรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยมีผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุม

 

 

 

                                                                                                              Download Images

 

 

           สำหรับประเด็นปัญหาดังกล่าว ทางชมรมบริหารงานบุคคล จังหวัดภูเก็ต ระบุว่ากรณีที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และกฎกระทรวงแรงงานกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานรัฐต้องรับเข้าทำงาน แต่ข้อเท็จจริงคือไม่มีคนพิการให้จ้าง โดยส่วนใหญ่คนพิการที่จดทะเบียนในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่ทำงานอื่นๆ กันหมดแล้ว จึงต้องการให้ขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปจนกว่าจะมีความพร้อมรองรับในเรื่องจำนวนคนพิการต่อไป


           ในเรื่องของปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แม้ทางผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดภูเก็ตจะพยายามหาแรงงานจากภาคเหนือและอีสานมาทำงานแต่ก็ยังมีความขาดแคลน จึงได้เสนอนำคนไทยพลัดถิ่นที่อาศัยในเขตประเทศพม่าแต่ปัจจุบันอพยพกลับมาอยู่ที่เกาะสินไห จังหวัดระนอง จำนวนกว่าแสนคนมาป้อนธุรกิจ โดยที่ประชุมได้เสนอให้คนกลุ่มนี้ทำใบอนุญาตทำงานก่อน (work permit) จากนั้นจึงจะได้รับสิทธิเป็นผู้ประกันตน และอาจมีช่องทางประสานกับกระทรวงมหาดไทยในการออกบัตรประชาชนให้ต่อไป


           ส่วนปัญหาเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ทางชมรมบริหารงานบุคคล จังหวัดภูเก็ต นำเสนอว่า จากการที่นโยบายของรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน 2555 ให้จังหวัดภูเก็ตปรับอัตราค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท นั้น ทำให้มีอัตราการปรับเพิ่มถึงร้อยละ 35.75 ซึ่งทางชมรมฯ เห็นว่ามีอัตราสูงมาก เมื่อเทียบกับสวัสดิการด้านต่างๆ ที่ธุรกิจต่างๆ ได้จัดให้พนักงาน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เรื่องนโยบายค่าจ้าง 300 บาทนี้ ทางรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ทั้งการลดอัตราภาษี การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และอื่นๆ และเห็นว่าเป็นสิ่งที่เดินมาถูกทางแล้ว เพราะแรงงานประเทศต่างๆ ที่ค่าแรงต่ำกว่าเราก็จะให้ความสนใจเข้ามาทำงาน เป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้อีกด้วย ส่วนการที่ขึ้นค่าจ้างแล้วจะส่งผลให้มีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน คิดว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะเมื่อประเทศไทยมีค่าจ้างสูงกว่า แรงงานในประเทศเพื่อนบ้านก็ให้ความสนใจมาทำงานมากกว่า


           และในประเด็นสุดท้ายที่เกี่ยวกับปัญหาเออีซีนั้น ทางชมรมฯ ขอให้กระทรวงแรงงานให้ความกระจ่างในเรื่องกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานว่าเป็นอย่างไร จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแนะนำว่าหน่วยงานของไทยในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานนั้น ได้ใช้เวทีการประชุมระหว่างประเทศ ชี้ให้เห็นว่าไทยมีทิศทางในการพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับการเปิดเสรีแรงงานอย่างชัดเจน มีความสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงแรงงานจัดทำรายงานผลการฝึกอบรมแรงงานว่ามีจำนวนเท่าใด สาขาใด โดยเฉพาะแรงงานคนพิการ เพื่อแจ้งให้สถานประกอบการได้รับทราบและขอแรงงานไปทำงานได้ ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานประกันสังคมได้ฝึกอบรมคนพิการตามศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพในจังหวัดปทุมธานี เชียงใหม่ และระยองแล้วประมาณ 180 คน


---------------------------------------------------


กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
 นฤป  สุรเดชา  -  ข่าว/ สมภพ ศีลบุตร – ภาพ/

 

แรงงานไทย  “ต้นทาง-ต้นทุน”  เศรษฐกิจไทย