สนง.แรงงานไทยในมาเลย์เร่งผลักดันลดค่าภาษีให้แรงงานไทย

 

              นายสมเกียรติ  ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย ได้รายงานสถานการณ์การมีงานทำของแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย และพบว่าอัตราค่าภาษีแรงงานไร้ฝีมือในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ – พนักงานล้างจาน ที่เงินเดือนไม่สูงนักแต่กลับมีค่าภาษีจากการขอใบอนุญาตทำงานสูงมาก  ซึ่งจะต้องเร่งติดตามความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อประโยชน์ของแรงงานไทยต่อไป 


              จากการที่สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียได้ออกตรวจเยี่ยมสถานการณ์แรงงานไทยในเมืองเซเรมบัน รัฐเนกรีเซมบิลัน ซึ่งนอกจากจะเป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ยังพบว่ามีสถานประกอบกิจการร้านอาหารไทยที่มีคนไทยเป็นเจ้าของอยู่หลายแห่ง บางแห่งก็มีขนาดใหญ่ ลูกค้าจำนวนมาก มีหลายสาขา เป็นต้น แต่กลับประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน แม้ว่าจะมีแรงงานจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเดินทางไปทำงาน แต่ก็มักเป็นแรงงานอายุน้อย ขาดประสบการณ์ ความรับผิดชอบ นายจ้างจึงไม่ทำใบอนุญาตทำงานให้ ส่วนแรงงานท้องถิ่นยังต้องการการพัฒนาด้านการบริการ และมีข้อจำกัดไม่ทำงานในวันหยุดซึ่งเป็นวันที่มีลูกค้ามาก


              สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย ยังแจ้งด้วยว่า ส่วนใหญ่ร้านอาหารไทยจะเป็นประเภทร้านต้มยำ ที่ประสบปัญหาเสียค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตทำงานให้กับลูกจ้างเป็นค่าภาษีหรือเลวี (levy) ในอัตราที่สูงมาก คือคนละ 1,850 ริงกิต (ประมาณ 18,500 บาท) ซึ่งถ้าเป็นแรงงานตำแหน่งผู้ประกอบอาหารหรือกุ๊กซึ่งเป็นแรงงานฝีมือจะสามารถจ่ายเองได้ เพราะมีอัตราค่าจ้างค่อนข้างสูง แต่แรงงานในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟและพนักงานล้างจาน ซึ่งเป็นแรงงานไร้ฝีมือ มีอัตราค่าจ้าง 600 – 700 ริงกิต (ประมาณ 6,000 – 7,000 บาท) ไม่สามารถจ่ายได้ หากรัฐบาลไทยสามารถเจรจากับรัฐบาลมาเลเซียให้อนุญาตแรงงานไทยทำงานในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟและล้างจานโดยกำหนดอัตราภาษีเดียวกับแรงงานไร้ฝีมือในสาขาอื่นๆ ก็จะทำให้นายจ้างสามารถเสียภาษีและจัดทำใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายได้  และทางสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียได้เคยเสนอประเด็นการปรับอัตราค่าเลวีให้พนักงานตำแหน่งเสิร์ฟและล้างจานในที่ประชุมคณะทำงานร่วมไทย – มาเลเซีย (Joint Working Group : JWG) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งจะได้ติดตามเรื่องนี้ในการประชุมคราวหน้าที่มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพต่อไป


              ในส่วนของสถานประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ ของนักลงทุนไทยพบว่า มีกระบวนการผลิตครบวงจรทั้งการเพาะพันธุ์ เลี้ยงดู การแปรรูปผลิตเป็นอาหาร การบริหารจัดการเพื่อการส่งออกทั่วโลกตามกระบวนการผลิตมาตรฐานอาหารฮาลาล  โดยมีการจ้างแรงงานไทยเพื่อปฏิบัติงานด้านวิชาการ การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และตำแหน่งหัวหน้าไซต์งานต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการจ้างงานแรงงานจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก เพราะศักยภาพแรงงานไทยมีสูง ในขณะที่มีความขาดแคลนแรงงานในบางสาขาอาชีพ เนื่องจากอาชีพรับจ้างกรีดยางพารากำลังได้รับความนิยม เพราะมีรายได้สูงกว่าอาชีพอื่นๆ
 

แรงงานไทย  “ต้นทาง-ต้นทุน”  เศรษฐกิจไทย 

 

กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
นฤป  สุรเดชา  - ข่าว

 

วันที่: 
19 มกราคม 2012