ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นรม.รับข้อเรียกร้อง พร้อมยืนยันคุณภาพชีวิตของแรงงานต้องดีขึ้น


            นายกรัฐมนตรีรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ  ยืนยันให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างเต็มกำลัง เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานให้ดีขึ้น

 

            วันนี้ (1 พ.ค.55) นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานร่วมเดินทางมารับข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติจากนายชัยพร จันทนา ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอิสระแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติพร้อมคณะตัวแทนกลุ่มแรงงานต่างๆ  ณ เวทีท้องสนามหลวง  โดยหลังจากนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาตินั้นนับว่าเป็นวันสำคัญของประเทศและพี่น้องกำลังแรงงานของประเทศอย่างมาก เป็นการเตือนใจให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผู้ใช้แรงงาน ที่ได้ทำประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ  และสร้างความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตของประชาชน แรงงานถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดผลผลิตอันเป็นรายได้หลักของประเทศ หากแรงงานมีความมั่นคง ย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมของระบบเศรษฐกิจด้วย โดยนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะดำเนินการในปีแรกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงาน คือ ดำเนินการให้แรงงานมีรายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท โดยมีเจตนารมย์ที่จะยกระดับรายได้ของผู้ใช้แรงงานให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถเพิ่มกำลังซื้อสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการขายสินค้าได้มากขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ และเป็นการส่งเสริมแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ส่วนหนึ่ง ขณะนี้มี 7 จังหวัด ได้ปรับใช้แล้วตั้งแต่ 1 เมษายน 2555 ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดที่เหลือได้ปรับเพิ่มร้อยละ 39.5 และจะปรับให้เป็น 300 บาท ครบทุกจังหวัดในปี 2556

 

            นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินนโยบายด้านแรงงานที่สำคัญ ภายใต้การดำเนินการของกระทรวงแรงงาน อาทิ การคุ้มครองดูแลแรงงานในระบบและนอกระบบ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพการจ้างงาน  ตลอดจนดำเนินการให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายการตรวจแรงงาน โดยเพิ่มความเข้มงวดในสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ให้เน้นตรวจการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานต่างด้าว  ส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงานให้ได้มาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการแรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีคุณค่า  มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงาน และมีความมั่นคงในการทำงานด้านการประกันสังคม ได้ปรับปรุงบริการทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ประกันตนรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง โดยให้ผู้ประกันตนเข้ารับบริการทางการแพทย์กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ในสถานพยาบาลทุกแห่ง  รณรงค์ส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบที่ประกอบอาชีพอิสระเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับความคุ้มครองในระบบประกันสังคม ทำการปรับปรุงชุดสิทธิประโยชน์ เป็น 2 ทางเลือก  โดยมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รวมทั้งสิ้น 673,000 กว่าคน  และได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประกันสังคม เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน การส่งเสริมให้ผู้ต้องการมีงานทำในระบบ สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตำแหน่งงานว่างของสถานประกอบการโดยสะดวกโดยการทำงานเชิงรุก ด้วยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้บริการจัดหางานมีความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย จัดกิจกรรมนัดพบแรงงานโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เป็นการเปิดโอกาสและช่องทางให้คนหางานได้เข้าถึงงาน และมีงานทำได้มากยิ่งขึ้น  การจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ มีนโยบายส่งเสริมให้แรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างมีศักดิ์ศรี เน้นเรื่องการการคุ้มครองดูแลการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ไม่ให้ถูกหลอกลวง โดยเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่กฎหมายกำหนด สนับสนุนด้านสินเชื่อเพื่อการไปทำงานต่างประเทศ มีการเตรียมความพร้อมในทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรม และทักษะฝีมือก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ  5 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานให้บริการจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ 57,000 กว่าคน มีรายได้ส่งกลับประเทศกว่า 37,000 ล้านบาท  ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้แก่คนหางาน 1,000 กว่าคน เป็นเงินกว่า 151 ล้านบาท  การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน ได้อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่มาจดทะเบียนจำนวน 1,680,000 กว่าคน ให้ทำงานกรรมกร และผู้รับใช้ในบ้าน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี  950,000 กว่าคน  2. กลุ่มที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ 630,000 กว่าคน  3. กลุ่มที่นำเข้ามาใหม่ตามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน (MOU)  100,000 กว่าคน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  การฝึกยกระดับฝีมือแรงงานทั้งระบบ เพื่อให้แรงงานมีศักยภาพและผลิตภาพเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้ โดยฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานรองรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 22 สาขาอาชีพ ส่งเสริมสถานประกอบการให้ดำเนินการพัฒนาฝีมือแก่ลูกจ้าง ด้านการเตรียมการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558  ได้ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานกลางอาเซียน พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีขั้นสูง และพัฒนาขีดความสามารถด้านภาษาของแรงงานไทย ดำเนินการทบทวนปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะสม

 

           โดยรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน และขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานให้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในการดำเนินการนั้นรัฐบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคนด้วย  นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว

 

           ด้านนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การจัดงานวันแรงงานแห่งชาติในครั้งนี้  ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน  เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ต้องการความสามัคคีปรองดอง  การที่จะทำให้ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างมีความสมานฉันท์เกิดความสามัคคีปรองดอง  จึงเป็นหน้าที่สำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมคิดร่วมทำให้บังเกิดผล  แม้ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายไปในทางที่ดี  แต่สิ่งหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าสำคัญที่สุด  ไม่ใช่เงินหรือสิ่งของ แต่เป็นบุคลากรซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า  จึงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาให้บุคลากรมีความรู้ มีคุณธรรม  มีการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของความพอประมาณในการดำเนินชีวิต  อันจะนำไปสู่ภูมิคุ้มกันที่ดี  โดยขอให้ผู้ใช้แรงงานได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติและดำเนินชีวิต  ในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้น มุ่งหวังให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้ทำงานที่มีคุณค่า มีความก้าวหน้า  มีรายได้ที่เหมาะสม  มีส่วนร่วม  ได้รับความเป็นธรรมโดยเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ  ให้สามารถดำรงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความมั่นคง บังเกิดความสงบสันติสุขและความสมานฉันท์ปรองดองบนพื้นฐานระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี  สมดังคำขวัญวันแรงงานแห่งชาติ  ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ “แรงงานไทย  ร่วมใจสดุดี  ราชวงศ์จักรี  รักสามัคคีเพื่อแผ่นดิน” ซึ่งสิ่งเหล่านี้  จะมีส่วนช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของชาติ

 

*****************************


กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
อาชวิน  ปุจฉากาญจน์ – ข่าว
1 พฤษภาคม 2555


“แรงงานไทย” ต้นทาง ต้นทุน เศรษฐกิจไทย   

วันที่: 
01 พฤษภาคม 2012