รมว.เผดิมชัยฯ เจรจาระงับข้อพิพาทแรงงาน บ.ชินเอฯ

 

 

                วันนี้(8 พ.ค.55)พนักงานจากบริษัท  ชินเอไฮ-เทค จำกัด จำนวนกว่า 300 คนมาชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้บริษัทปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานฯและรับพนักงานกลับเข้าทำงานตามปกติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและผู้บริหารระดับสูงเป็นสื่อกลางในการเจรจาร่วมกัน ซึ่งได้ผลยุติด้วยดี ทางบริษัทยินดีรับพนักงานส่วนปฏิบัติกลับเข้าทำงานทั้งหมด ส่วนในระดับหัวหน้างานฝ่ายนายจ้างขอเจรจาพูดคุยกันอีกครั้ง

 

                โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เชิญตัวแทนจากสหภาพแรงงานชินเอไฮเทคและผู้แทนจากฝ่ายนายจ้างบริษัท ชินเอไฮ-เทค จำกัด  มาหาข้อยุติร่วมกัน ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 พร้อมชี้แนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้พอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย  หลังจากนั้นได้มอบหมายให้ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างได้ไปหารือร่วมกันอีกครั้ง  โดยมีนายอนุสรณ์  ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ตามแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้พูดคุยไว้  เบื้องต้นได้ให้ฝ่ายลูกจ้างกลับเข้าทำงานเหมือนเดิม  เพื่อไม่ให้กระทบต่อขบวนการผลิตของนายจ้าง  และให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานเหมือนเดิม  ทั้งนี้ ในส่วนของนายจ้างนั้นไม่ขัดข้อง แต่สำหรับตำแหน่งระดับหัวหน้างานนั้น ฝ่ายนายจ้างขอรับไปเจรจาทำความเข้าใจกันอีกครั้งก่อนรับเข้าทำงาน

 

                นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่เข้าใจกันระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างได้เกิดขึ้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว  โดยในวันนี้ได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาเจรจาหาข้อยุติร่วมกัน  ซึ่งในการเรียกร้องนั้น ฝ่ายสหภาพแรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องและขอให้นายจ้างปฏิบัตินั้น  ในบางเรื่องเป็นการเรียกร้องในสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย  และเท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในฝ่ายนายจ้างก็ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดไปจากกฎหมาย  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการจ่ายค่าจ้าง ซึ่งกฎหมายระบุว่า ค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดนครราชสีมาอยู่ในอัตราวันละ 255 บาท แต่นายจ้างได้จ่ายให้มากกว่าคือจ่ายในอัตราวันละ 275 บาท ในส่วนของสวัสดิการก็ไม่ได้มีการตัดทอนลงแต่อย่างใด ทั้งนี้ลูกจ้างก็อาจจะเกรงว่าจะส่งผลกระทบไปสู่การถูกเลิกจ้าง  ซึ่งหากได้คุยทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายแล้วคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง  โดยได้ขอให้พนักงานรีบกลับไปทำงาน  โดยเห็นกับบรรยากาศการลงทุนของประเทศชาติเป็นหลัก และตนเชื่อว่าความเป็นคนไทยนั้นหากพูดจากันด้วยเหตุผลรับฟังกัน เหตุการณ์ก็น่าจะยุติลงได้ 
 
              สำหรับการเจรจาในวันนี้  ตนได้เสนอทางออกให้กับทั้ง 2 ฝ่ายคือ ในเบื้องต้นให้ฝ่ายนายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานก่อน สำหรับข้อเรียกร้องนั้นให้ไปเจรจาพูดคุยกันในภายหลัง  เพื่อให้ขบวนการผลิตของนายจ้างไม่ได้รับความเสียหายและเดินหน้าต่อไปได้  แต่หากลูกจ้างคนใดไม่ประสงค์จะทำงาน  กระทรวงแรงงานก็จะหาหนทางให้ไปทำงานอย่างอื่นแทน   พร้อมกับมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปฝึกคนให้พร้อมและให้กรมการจัดหางานไปเตรียมคนงานเพื่อรองรับให้กับบริษัทด้วย  หากพนักงานคนใดไม่พอใจจะเข้าทำงาน จะได้นำคนที่เตรียมไว้เข้าไปชดเชยแทน 

 

              นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า โรงงานดังกล่าว มีพนักงานกว่า 3,000 คน แต่ที่มีปัญหาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น และได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบสภาพของบริษัทแล้ว  นอกจากนี้ขอฝากแกนนำว่าการแก้ปัญหานั้นขอให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดจากันด้วยเหตุผล  และให้มองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักการนำคนจำนวนมากมาเพื่อกดดันไม่ใช่การเจรจาที่ดี  แต่เป็นการสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นในระบบการลงทุนของประเทศ


 
**************************


กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
อาชวิน  ปุจฉากาญจน์ – ข่าว /

8 พฤษภาคม 2555

 


“แรงงานไทย” ต้นทาง ต้นทุน เศรษฐกิจไทย

 

 

วันที่: 
08 พฤษภาคม 2012