ก.แรงงาน พัฒนาห่วงโซ่อุปทาน หนุนเอกชนประกอบธุรกิจ รับผิดชอบต่อสังคม

วันที่: 
10 กรกฎาคม 2019

           กระทรวงแรงงาน ร่วมกับไอแอลโอ อียู องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียในส่วนของประเทศไทย ส่งเสริมภาคเอกชนปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน มีมาตรฐานแรงงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคมในการประกอบธุรกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

 

         เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 นายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย (ประเทศไทย) ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยที่ประชุมมีวาระเพื่อรับทราบเกี่ยวกับโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย และพิจารณาแผนงานและกิจกรรมของโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย (ประเทศไทย) และการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) สำหรับกลุ่มเกษตรและกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการกำหนดการประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งต่อไป และการขอรับการสนับสนุน Focal point ของแต่ละหน่วยงานอีกด้วย
        นายสุรเดชฯ กล่าวต่อว่า โครงการการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาคีหลายส่วน ได้แก่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สหภาพยุโรป และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีกิจกรรมหลักประกอบด้วย 4 ส่วน คือ การค้นคว้าวิจัย การเผยแพร่แนวคิด การรณรงค์เชิงนโยบาย และการจัดการอบรม เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการมีส่วนส่งเสริมให้ภาคธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของทวีปเอเชียมีการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากลมากขึ้น โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศจะทำงานส่งเสริมแนวคิดว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ หรือการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานที่มีคุณค่า มาตรฐานแรงงานและสภาพการจ้างในห่วงโซ่อุปทานโลก
      “โครงการในประเทศไทยจะเน้นทำงานในภาคชิ้นส่วนยานยนต์และภาคเกษตร ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่มีการจ้างงานจำนวนมากในภูมิภาคและมีความสำคัญทางการค้ากับสหภาพยุโรปและเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม โดยโครงการดังกล่าวจะทำให้ภาคเอกชนสามารถประกอบธุรกิจด้วยการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานแรงงานมากขึ้น ขณะเดียวกันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภคในภูมิภาคที่มีต่อสินค้าและบริการได้อย่างยั่งยืน”นายสุรเดชฯ กล่าวในท้ายสุด

--------------------------

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ - ข่าว/
ปริยรณ พรหมสาขา ณ สกลนคร - ภาพ/
10 กรกฎาคม 2562