ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

'หม่อมเต่า' เผย 20 ลูกเรือไทยในโซมาเลียลำที่ 2 ขอกลับบ้าน 14 คน ที่เหลือทำงานต่อที่อิหร่าน

วันที่: 
19 สิงหาคม 2019

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผย ลูกเรือประมงไทยในโซมาเลีย ชื่อเรือ วาดานิ 2 ทั้ง 20 คน ขณะนี้ได้ขึ้นจากเรือแล้ว ยืนยัน ทุกคนปลอดภัยดี ขณะที่ทูตแรงงานได้ไปพบปะพูดคุย พบ ลูกเรือ 14 คน ประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ส่วนอีก 6 คน จะทำงานต่อกับนายชารีฟที่ประเทศอิหร่าน

 

 

         เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในโซมาเลียว่า ในส่วนของเรือวาดานิ 2 ซึ่งมีลูกเรือจำนวน 20 คน เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ 6 คน ระนอง 3 คน สมุทรสาคร สุรินทร์ และนครพนม จังหวัดละ 2 คน ที่เหลือเป็นชาวชัยภูมิ สกลนคร อุบลราชธานี หนองคาย และอุทัยธานี จังหวัดละ 1 คน โดยจากรายงานของ นางสาวโสพิศ หมัดป้องตัว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทราบว่าขณะนี้แรงงานไทยในโซมาเลียทุกคนได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยดีและขึ้นมาจากเรือทั้งหมดแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการประสานเพื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 17 -18 สิงหาคมที่ผ่านมา อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานฯ ได้เดินทางไปพบปะกับลูกเรือไทยที่เมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน และได้แจ้งให้ลูกเรือทราบถึงความห่วงใยของรัฐบาลไทยและกระทรวงแรงงาน โดยได้พูดคุยกับลูกเรือทั้งหมด 20 คน เป็นสมาชิกกองทุนฯ 7 คน เพื่อรับทราบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนและความต้องการของลูกเรือ พร้อมทั้งเจรจาหาข้อสรุปที่เหมาะสมร่วมกัน ซึ่งจากการพูดคุย พบว่า นายชารีฟ นายจ้างชาวอิหร่าน และ Mr.Armil บุตรชาย ไม่ใช่ผู้ที่สร้างปัญหากับลูกเรือตามที่หลายฝ่ายกังวล แต่นายชารีฟและครอบครัวได้เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของลูกเรือ เนื่องจากมีความสนิทคุ้นเคยกับลูกเรือเป็นอย่างดี
        ม.ร.ว.จัตุมงคลฯ กล่าวต่อว่า ลูกเรือไทยจำนวน 14 คน แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย อีก 6 คน ประสงค์จะทำงานกับนายชารีฟที่ประเทศอิหร่าน โดยลูกเรือไทยทั้ง 14 คน จะได้รับการช่วยเหลือจากนายชารีฟจ่ายค่าวีซ่าให้ และให้เงินเดือนล่วงหน้าเดือนสิงหาคม 1 เดือน โดยนำมาเป็นค่าตั๋วเครื่องบินกลับไทย เส้นทางเมืองบันดาอับบาส เตหะราน กรุงเทพฯ เงินใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างเดินทาง และเป็นค่าใช้จ่ายกลับภูมิลำเนา
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฝ่ายแรงงานฯ ได้มอบอาหารแห้งของไทย อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสารเหนียว น้ำปลาร้า ตลอดจนเอกสารข้อมูลที่สำคัญด้านแรงงานให้กับลูกเรือไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องกองทุนฯ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในครั้งนี้ด้วย
        อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ลูกเรือเดินทางกลับถึงประเทศไทย กระทรวงแรงงานจะจัดรถไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางานจะช่วยอำนวยความสะดวกและรับลูกเรือไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ยักยอกเงิน ตลอดจนยื่นเรื่องขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ สำหรับผู้เป็นสมาชิกกองทุนฯ จะได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกองทุนเพื่อช่วยหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เป็นค่าพาหนะ (ในต่างประเทศ) ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท

-------------------------------------

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ - ข่าว/
สมภพ ศีลบุตร – ภาพ/
19 สิงหาคม 2562